★ เรื่องของไม้กางเขน

posted on 25 Apr 2006 15:40 by redsama  in Talk

อ๊ากกก เหลือเชื่ออออ วันนี้มาเเบบมีสาระมาก ยังงงตัวเองอยู่เลยเนี่ย

พอดีเห็นว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่อัลบัม FAITH ของอิลุงออกเเล้วไง ก็เลยอัพอะไรๆที่มันเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ ความเชื่อ ไรเงี้ย เเล้วก็เกิดนึกถึงไม้กางเขนขึ้นมาได้

FAITH COVER

นี่หน้าปกอัลบัมใหม่ของลุงไฮด์นะฮับ (ลงอีกรอบ) วันที่ 26/04/2006 จะออกเเล้วน้า วันพรุ่งนี้เเล้ว

เอาล่ะ เราไปดูเรื่องของไม้กางเขนกันเลยดีกว่า

ที่มา : http://www.geocities.com/thirayost

ไม้กางเขน เป็นสัญลักษณ์สากลซึ่งเล็งถึงความเชื่อของคริสเตียน เพราะเตือนให้เรานึกถึงเหตุการณ์อันน่างุนงงและสำคัญที่สุดในชีวิตของพระเยซูชาวนาซาเร็ธ

ความหมายของกางเขน (The Cross)

เมื่อพระเยซูคริสต์ถูกตัดสินให้ประหารด้วยการตรึงบนไม้กางเขน เขาก็นำพระองค์ไปโบยตีด้วยแส้หนังตามวิธีลงโทษนักโทษประหาร ซึ่งแส้นี้ก็จะทำด้วยหนังเป็นเส้นๆ คล้ายหางม้า และมีตะกั่ว กระดูกสัตว์หรือของมีคมอื่นๆ ผูกเป็นปมๆ ติดอยู่ เพื่อเพิ่มความเจ็บปวดและสร้างบาดแผลให้มากยิ่งขึ้น นักโทษบางคนถึงกับเสียชีวิตด้วยการโบยด้วยแส้นี้ บางคนถึงกับตาบอดก็มี

หลังจากเฆี่ยนแล้วเขาก็นำพระองค์มาล้อเลียน เยาะเย้ย ทั้งเอาหนามมาสานเป็นมงกุฎสวมให้ด้วย(แบบในหน้าปกอัลบัม FAITH ของอิลุงไหไง)

พอวันรุ่งขึ้นเขาก็ให้พระองค์แบกกางเขนอันใหญ่และหนักไปตามถนนทั้งๆ ที่พระองค์บอบช้ำและอดนอนมาตลอดทั้งคืนแล้ว

ขบวนแห่นักโทษนี้จะมีทหารคุมไป 4 คนอยู่คนละมุมเป็นรูปสี่เหลี่ยม ข้างหน้ามีป้ายประจานความผิดของนักโทษเขียนเป็น 3 ภาษาคือ กรีก ลาติน และฮีบรู เพราะภาษากรีกเป็นภาษาที่ใช้ในทางการค้า ภาษาลาตินเป็นภาษาทางราชการ ส่วนภาษาฮีบรูเป็นภาษาท้องถิ่น เขาจะนำป้ายอันนี้มาติดไว้ที่ยอดกางเขนเมื่อตรึงแล้วด้วย

นักโทษจะถูกแห่ประจานไปรอบๆ เมือง ก่อนที่จะนำไปประหาร โดยใช้เส้นทางที่ยาวและคดเคี้ยวที่สุด ด้วยเหตุผลสองประการคือ

1.เป็นการประจาน

2.ถ้าในขณะที่เดินไปมีผู้ใดจะคัดค้านและขอเป็นพยานในความบริสุทธิ์ของนักโทษก็จะประท้วงคำพิพากษานี้ได้ คดีนี้จะต้องรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาใหม่

(แต่ในกรณีพระเยซูไม่มีผู้ใดคัดค้านเพื่อพระเยซูกันเลยแม้แต่คนเดียว)

กางเขนที่พระเยซูแบกไปนั้นเข้าใจกันว่าเป็นกางเขนที่เราเห็นอยู่ในโบสถ์ทั่วๆ ไปซึ่งเรียกกันว่ากางเขนแบบลาติน

แบบนี้ค่ะ

กางเขนในสมัยนั้นไม่ได้มีอยู่แบบเดียวเท่านั้น ยังมีกางเขนรูปตัว X เรียกว่ากางเขนของนักบุญอันดรูว์ เพราะเชื่อว่าอัครสาวกอันดรูว์ถูกตรึงด้วยกางเขนชนิดนี้

แบบที่ 3 ก็เป็นรูปตัว T มีชื่อว่ากางเขนแบบเทา (Tau Cross) เป็นกางเขนเก่าแก่ตั้งแต่พระคัมภีร์เดิม ซึ่งโมเสสใช้แบบนี้เพื่อชูงูขึ้น คราวที่เร่ร่อนในถิ่นทุรกันดาร

และแบบที่ 4 ก็คือกางเขนแบบของกรีกที่เป็นรูปกากบาท + คือแบบสัญลักษณ์ของกาชาดนั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีกางเขนอีก 3 แบบ คือ

1. แบบเยรูซาเล็ม (Jerusalem Cross) ความหมายพระกิตติคุณจะขยายไปสี่มุมโลก และรำลึกถึงบาดแผล ห้าจุดของพระเยซูคริสต์

2. แบบมอดิส (Maltese Cross) เป็นรูปดาว 4 แฉก และมีมุม 8 มุม ซึ่งเล็กถึงพระพรทั้ง 8 ประการของพระเยซู ( มัทธิว 5:3-10 )

3. แบบเคลติค (Celtic Cross) รูปแบบกางเขนที่ได้รับอิทธิพลของชาวไอแลนด์โบราณวงกลมในกางเขนมีความหมายถึงความเป็นนิรันดร์ที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นจากความตาย (มีรูปให้ดูค่ะ)

นอกจากกางเขนสามรูปแบบที่เพิ่มเติม แล้วยังมีอีกหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับนิกาย และศาสนศาตร์/เทวศาสตร์ (Theology) ที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตามความหมายคงไม่เปลี่ยนแปลง เพราะคือเล็งถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสต์บนไม้กางเขน เพื่อเป็นค่าไถ่มนุษยชาติ หรือบางคนอาจจะกล่าวว่ากางเขนเป็นเครื่องหมายแห่งความรอดแก่บรรดาผู้เชื่อ

พวกยิวถือกันว่ากางเขนของพระเยซูเป็นเสมือนต้นไม้ เพราะพระองค์ถูกแขวนไว้บนท่อนไม้รูปกางเขนนั้น พวกเขาจึงถือว่าพระองค์ตกอยู่ภายใต้การสาปแช่งของพระเจ้า

ดังนั้นไม้กางเขนจึงกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของความรอด ซึ่งพระเจ้าทรงโปรดให้ผู้เชื่อทุกคนพ้นจากความผิดบาป ซึ่งนอกจากนี้กางเขนยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอับอาย และความตายด้วย

พระเยซูคริสต์ได้ทรงชี้แจงด้วยพระองค์เองว่า คนเหล่านั้นที่ต้องการจะเป็นสาวกของพระองค์ ต้องพร้อมที่จะเผชิญกับความอับอาย ความทุกข์ทรมานและความตาย ถ้าหากพวกเขาเป็นสาวกที่แท้จริงของพระองค์

ความเป็นมาของกางเขน

เดิมทีเกิดขึ้นในหมู่ชาวเปอร์เซีย พวกเขามีความเชื่อว่าแผ่นดินนั้นบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ยอมให้ร่างกายของผู้ทำผิดหรือร่างกายที่ชั่วร้ายนั้นมาเกลือกกลั้ว เมื่อจะประหารก็จัดการตรึงไว้ด้วยตะปูนแขวนห้อยเหนือพื้นดิน เมื่อตายแล้วก็ให้แร้งหรือสุนัขป่ามาฉีกกินจนสิ้นซาก

แต่การนำกางเขนมาใช้นี้มิได้ใช้กับชาวโรมัน แต่จะใช้กับพวกทาสหรือพวกกบฏที่เป็นชาวต่างชาติ เพราะเขาถือว่าชาวโรมันเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าคนชาติอื่นๆ จะถูกทำทารุณกรรมอย่างนั้นไม่ได้

ซิเซโร นักปรัชญาเป็นเอกที่มีชื่อเสียงในสมัยก่อนคริสต์ศตวรรษแสดงความเห็นไว้ว่า สำหรับประชาชนชาวโรมันแล้ว "การถูกจับมัดก็เป็นอาชญากรรม ถ้าถูกเฆี่ยนตีก็ยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้นอีก คือถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างที่สุด แต่ถ้าถูกตรึงบนกางเขนละก็ไม่ทราบว่าจะเปรียบกับอะไรอีกได้"

ด้วยเหตุนี้การประหารด้วยการตรึงบนกางเขนจึงไม่มีในหมู่ชาวโรมัน พระเยซูคริสต์ของเราถูกประหารอย่างทารุณที่สุด ต่ำต้อยที่สุดและน่าอับอายที่สุดที่มนุษย์จะคิดขึ้นได้ในสมัยนั้น

อันนี้ขอเเถมนิดนึง เป็นรูปบางส่วนใน FAITHpamphletค่ะราคาก็ 3500 เยน (เฮือกกกก)

เเง่บๆๆ พอดีติดใจ 2 รูปนี้มาก ลุงน่ารักกกกก โฮกกกกกกกกก

credit : Pieces BBS

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สวยจัง
หลงรักไม้กางเขนมานานแล้วคับ
แต่พออกอาการแม่ก็จะส่งสายตาห้ามปรามใส่ งิ๊ดดด...

#1 By [i-scream*$aYE*]★ミ on 2006-04-25 19:22

โอ้ ไม่น่าเชื่อ... วันนี้คุณนุ่มนิ่มมาแบบมีสาระ (เรียกตามสนอ) 5555+ เรามีอยู่ช่วงนึงเราสนใจศาสนาคริสต์มากเลย แต่พอศึกษาจริงๆ เราว่า เรานับถือพุทธน่ะดีแล้ว เหอๆๆ

#2 By sensory-ghost (61.47.114.178) on 2006-04-25 19:46

ธีมลุงน่ารักดีอ่ะ
+++ ฮ่าๆๆๆ ทำไมวันนี้มันมีสาระหว่า??
อ่านแล้ว สงสารพระเยซูจังเลย

#3 By อ า แ ป ะ (221.128.101.3) on 2006-04-25 23:43

=[]=" สาระ... Oo

ไม้กางเขนสวยจังเลย(อ่าวเห้ย)
^^ ขอบคุณสำหรับความรู้งับ

#4 By ||- Kutzuki -|| on 2006-04-26 08:58

ว้าว!!เรื่องของไม้กางเขน ขอบคุณค่ะที่นำความรู้มาให้ แฮ่~~

#5 By hakururu on 2006-04-26 09:02

ป๊ะป๋า.....เรียกเลือด.... กระฉูดดดดดด
ป๊ะป๋า....กับไม้กางเขน อืมอืม ....แต่ก็ไมน่าเชื่อว่าไม้กางเขนจะมีความหมายลึกซึ้งอย่างนี้

#6 By nunu on 2006-04-26 18:41

โอ้ววว..ลึกซึ้งมั่กมาก..แล้วเราจะทำไมค์เป็นรูปไม้กางเขนแบบป๋าไฮด์มั่ง..
เข้ามาดูเฮดบลอคอีกแล้วค่ะ..ป๋าเท่จัง
เข้ามาดูเฮดบลอคอีกแล้วค่ะ..ป๋าเท่จัง
มาเม้น ค่ะ ติดตาม FIC TOON เสมอ

#10 By Prince on 2008-05-27 18:39